นี่มันอะไรกัน

นี่มันอะไรกันคะ?
 
ดิฉันเป็น "มนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ"นะคะ
 
ไม่ใช่"เหรียญตราเกียรติยศ"
 
ที่เอาไว้ติดหน้าอกให้คนอื่นเชิดชูชื่นชม
 
ชีวิตของดิฉัน คุณเป็นเจ้าของหรือคะ?
 
ถ้าดิฉันไม่ได้เกียรตินิยม คุณจะเสื่อมเสียชื่อเสียงขนาดไหนเชียวคะ?
 
ถ้าดิฉันไม่ได้เอครบห้าตัว คุณจะไม่มีปัญญาส่งดิฉันเรียนรึเปล่าคะ?
 
เอะอะๆอะไรก็เรียนๆๆ อ่านหนังสือๆๆ
 
"อย่าทำกิจกรรมมาก"
 
ค่ะ อะไรๆคุณก็ไม่ให้ดิฉันทำ
 
กะไม่ให้ดิฉันพบเพื่อนฝูงเลยหรือคะ?
 
มันทำให้การเรียนตกต่ำมากมายหรือคะ?
 
คุณไม่เชื่อใจดิฉันเลยหรือคะ ว่าดิฉันจะจัดการกับชีวิตตัวเองได้?
 
คุณเห็นดิฉันเป็นเด็กเสมอไปหรือคะ เคยมองดิฉันในฐานะ "ผู้ใหญ่ที่มีความคิด"บ้างไหม?
 
เมื่อไหร่คุณจะยอมให้ดิฉันใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระ ไม่ใช่บังคับกันทุกกระเบียดเช่นนี้คะ?
 
ชีวิตไม่ใช่แค่เรียนกับเกรด คุณก็น่าจะรู้
 
แต่ที่คุณยังทำเช่นนี้ อยากให้ดิฉันมีชีวิตอยู่กับตำราเท่านั้นตลอดไปหรืออย่างไร?
 
แล้วสังคมของดิฉันล่ะ…คุณเอามันไว้ตรงไหน…?
 
 
ยิ่งคุณพูด ความอยากได้เกรดเอของดิฉันก็ยิ่งลดลง
 
ดิฉันก็อยากรู้เหมือนกันล่ะค่ะ ถ้าดิฉันสอบตกบ้าง  คุณจะฆ่าดิฉันมั้ย?
 
การเป็นลูกที่ดี ก็แค่มีเกรดให้พ่อแม่ไปโม้ให้คนอื่นฟังได้แค่นั้นหรือคะ?
 
ชีวิตของดิฉันมีค่าแค่นั้นเองหรือ??
 

อึกอัดไม่ไหวแล้ววววววว ตั้งแต่เข้ามหาลัย กดดันได้ทุกวัน เกียรตินิยมๆๆ -*-
 
เอาชีวิตชิวๆของช้านคืนมา T^T
 
ช่วงนี้คงไม่ค่อยได้อัพ…ไม่มีเวลาอยู่กับตัวเอง ไม่มีเวลาสงบ นิ่ง คิด สร้างสรรค์
 
เพราะต้องดำเนินชีวิตตามกรอบ…ที่ไม่ได้กำหนดเอง…
 
 
"ดิฉันอยากเป็นมนุษย์ที่ไม่ถูกคาดหวังค่ะ"
 
 

6 ความเห็น (+add yours?)

  1. Chayanin
    มิ.ย. 04, 2008 @ 16:57:53

    ใจเย็นๆ ครับ แม่มดน้อยพิสูจน์ให้เขาเห็นเลยครับ ว่าเราอยู่ของเราได้เป็นกำลังใจให้นะครับ

    ตอบกลับ

  2. Jang
    มิ.ย. 04, 2008 @ 18:23:15

    อืม..ใจเย็นนะ ในฐานะที่น้าแจงเคยเป็นลูก เคยเป็นเหมือนที่จินนี่กำลังเป็นในฐานะที่น้าแจงเป็นแม่..ที่ไม่รู้ว่าสักวันจะเอา แอก ไปใส่บ่าลูกโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่าอยากบอกจินนี่ว่า ไม่มีการกระทำใดจากพ่อแม่ที่ปราศจากความห่วงใย หรอกนะจะห่วงใยแล้วแสดงออกแบบไหน นั่นก็อีกเรื่องนึงลูกก็ยังเป็นเด็กน้อยๆที่เราจะต้องห่วงใยไปจนหมดลมหายใจอยากจะเป็น ผู้ใหญ่ให้ท่านเชื่อ…จินนี่ต้องใจเย็นกับทุกสถานการณ์นะ ถ้าอยากบอกท่านว่าเราเติบโตพอแล้วที่จะเดินทางด้วยตัวเองจินนี่ต้องพิสูจน์ให้ได้จากการกระทำสงบสยบเคลื่อนไหว…เข้ากันป่ะ..เอา ซิน 1-2-3 กะอลิซ ไปดูก่อนมะ  จะได้ใจเย็น (อาทิตย์หน้าก็ได้  น้าแจงชะแว้บไปให้ที่คณะก็ได้นะ กินข้าวเช้าทุกวันที่โรงอาหารตรงข้ามตึกจินนี่แหล่ะอาทิตย์นี้น้องจะสอบเกรด ซ้อมเปียโนทุกวัน น้าแจงกลับเร็ว)

    ตอบกลับ

  3. Danai
    มิ.ย. 05, 2008 @ 00:36:35

    จินนี่   จายเย็นๆๆ นา    พ่อแม่เขาต้องหวังกะลูกสูงๆ ทุกคนแหละ
     
    เราก็อย่าเครียดมาก ยิ่งเครียดมาก มันจะส่งผลเสียกับตัวเอง อย่างอื่นที่ท่านหวังไว้ก็จะเสียตามด้วย
     
    ถ้าเราไม่ซีเรียส มันก็จะดีตามมาเองนา  ยิ่งประชดชีวิต ยิ่งไม่มีอารายดีขึ้น เพราะยังไง ท่านก็แค่ ด่าว่าเรา แต่ อนาคตเราเสียนะ อนาคตเปงของตัวเองนะจินนี่
     
    และก็อะไรที่ท่านบอกมา เราก็สามารถสนุกกับขอบเขตที่ท่านขีดเส้นให้ได้นี่ ลองมองอีกแง่ดิ  "อย่าทำกิจกรรมมาก"  อันนี้ทำกิจกรรมตามที่คณะส่งมาให้ก็พอแระ เวลากิจกรรมก็ครบแระ    ท่านไม่ให้ทำมากเพราะ บางงานอ่ะ เช่นพี่นะ มันต้องทำงานดึก เลิก 3-4 ทุ่ม เลย กลับบ้านก็ลำบากยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยนา อีกอย่าง เวลาอ่านทวนหนังสือก็แทบไม่มีเลย กลับไปเหนื่อยก็นอน จบ. ไปอีก 1 วัน  เพราะพอยิ่งทำมาก งานก็จะเข้าที่ตัวเรามาก พอปฏิเสธเพื่อนๆ ก็ไม่ค่อยพอใจเราเท่าไหร่นัก ผลตามมาคือเพื่อนเริ่มไม่อยากคาดหวังอะไรเรามากในที่สุด เรียกแบบบ้านๆ เลยนะ "เพื่อนทิ้ง" 
     
     
    อีกอย่าง พ่อแม่ทุกคนย่อมมองเราว่าเป็นเด็กเล็กๆ เสมอแหละ ถึงท่านจะรู้ว่าเราโตมากแล้ว พอโตขึ้น สิ่งที่ท่านขีดเส้นใต้ไว้ก็จะเลื่อนลงมา เราก็จะมีเนื้อที่มากขึ้น แต่อย่าลืมนะ เขายังขีดเส้นใต้เราอยู่    ส่วนความคิดนั้น เวลาจะคุยกับท่าน ลองทบทวนดูเยอะๆๆๆ  ก่อนที่จะหยิบไปคุยกับท่าน ลองคิดในแง่บวก แง่ลบ แง่ความปลอดภัยต่างๆ พอรวบรวมได้ก็หยิบไปคุยกับท่านดู แต่ควรดูเวลาการคุยกันด้วยนะ เช่น อาจหากิจกรรมอะไรสนุกด้วยกันกับท่านแล้วลองคุยดู เวลาคุยก็คุยกับท่านทีละคนนะ เพราะถ้าเราคิดผิดตรงไหนท่านจะได้แนะ  ถ้าคุยกับท่านสองคนพร้อมกัน อาจเกิดการไซโคลขึ้น หรือไม่แน่นะ อันนี้พี่ไม่แน่ใจ
     
     
    พออยู่มหาลัย พ่อแม่เราก็เริ่มปล่อยเยอะแล้ว จำไมได้เหรอ ก่อนเปิดเทอมท่านยังบอกให้ไปออกจากบ้านไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้าง  เคยมีแบบนี้ตอนอยู่โรงเรียนป่าวหล่ะ  อนุญาตไปกินเลี้ยงเย็นๆ เกือบดึกได้ เงี๊ยะ
     
     
     
    ลองเอาที่พี่พูดไปคิดดูนะ เพราะพี่ก็เคยโดนมาเยอะ เลยเอาประสบการณ์ที่สรุปได้ มาให้จินนี่คิดดู     ~~~จู้! จู้!~~~  

    ตอบกลับ

  4. Ong..
    มิ.ย. 05, 2008 @ 10:21:00

    อารมณ์วัยรุ่น เป็นกันอย่างนี้ทั้งนั้นแหล่ะตัวเอง..เรากำลังโต กำลังเจอโลกที่แปลกใหม่ เริ่มมีชีวิตเป็นของตัวเอง
    บางทีพ่อแม่ก็คาดหวังกับเรามากเกินไป..ลอง..หันหน้า..ตั้งใจคุยกับเค้าดีๆ..ตอนที่ตัวเองอารมณ์ดีๆด้วยนะ
    ลองดูสิว่า เราใช้เหตุผลของเราแล้วเค้าจะฟังมั้ย.. ถ้าไม่ได้ผล..
    ..ลองดูซิว่ามีญาติผู้ใหญ่ท่านอื่น ที่เข้าใจเรามั้ย ลองบอกท่านให้พูดกับพ่อแม่ดู ว่าเราเครียด เราเบื่อแค่ไหนกับการคาดหวังของเค้า
    ..
    ถ้าไม่มีจริงๆ.. ต้องทำใจ อาจจะต้องทนฟังเค้าบ่นไป อย่าไปเอามาใส่ใจมากนัก.. ยิ้มรับคำดุด่าว่ากล่าว..แต่ต้องไม่ทำอะไรประชดชีวิตด้วยนะ..
    เราเป็นคนดีของสังคม ไม่ทำใครเดือดร้อน  ..
    ชีวิตเป็นของหนูนะ..ใช้ชีวิตให้มีความสุข..สาวน้อย..😉
     

    ตอบกลับ

  5. patipan
    มิ.ย. 05, 2008 @ 10:52:43

    เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ถูกคาดหวัง ตราบใดที่ยังมีความสำคัญกับใครซักคนก็ต้องถูกคาดหวังเป็นธรรมดา
    เราอยู่กับกิจกรรมมาตลอด เราก็เคยเจอบ่อยๆ โดนว่ามาตลอด ต้องอธิบายให้ท่านฟังและตกลงทำความเข้าใจกัน
    ว่ามันมีจุดที่โอเคอยู่ตรงไหน พ่อแม่อยากให้ลูกได้ดีก็เป็นเรื่องปกติ แต่ก็ต้องคุยกะท่าน สัญญากะท่านว่า
    ถ้าทำกิจกรรมเท่านี้แต่สัญญาว่าจะไม่ทำให้การเรียนเสีย รักษาสุขภาพ  และมีเวลาให้ครอบครัวบ้าง จะโอเคไหม
    คุยกับท่านว่าจะพยายามเรียนให้ดีที่สุด
    จากนั้น ที่เหลือก็เป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าทำได้ กับการยอมรับ ในกรณีที่เกินความสามารถของตัวเองจริงๆ ก็ต้องยอมลด
    จากนั้นค่อยพยายามใหม่
     
    เรื่องที่ทำได้ก็มีเท่านี้ "เชื่อมั่น" เข้าไว้ สู้ๆ
    เป็นกำลังใจให้เสมอ

    ตอบกลับ

  6. ก้อน Masatha
    มิ.ย. 10, 2008 @ 17:31:34

    กร๊ากกกกก
     
    นี่จินนี่เป็นมนุษย์กิจกรรมไปตั้งแต่เมื่อไหร่? (ฟังแล้วฮาดี)
     
    ชีวิตเราถูกคาดหวังก็เป็นเรื่องปกตินะ แต่การถูกคาดหวังมากกว่าสิ่งที่ตัวเองเป็น เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจมาก ๆ (ใครที่เคยโดนคงรู้สึกดี) ชีวิตมหาลัยไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว บอกว่าอย่าทำกิจกรรมมาก ก็ไม่ได้แปลว่าห้ามขาดนะ
     
    ทำ ๆ ไปเหอะ พ่อแม่ถามก็บอกว่า มันเป้นกิจกรรมบังคับ ไม่ทำไม่ได้ (พี่ก็เอาตัวรอดอย่างนี้เสมอแหละ)
     
    การเข้ามหาลัย จุดประสงค์คือ ‘เรียนรู้’ ครับ…. ยอมรับมาเถอะว่า บางที การเรียนรู้นอกห้องเรียนก็สำคัญกว่าการเรียนในห้องเรียน (ย้ำอีกที นี่มันชีวิตมหาลัยแล้ว ไม่ใช่โรงเรียน)
     
    ลองเคยถามพ่อกับแม่ก็ได้ว่า สมัยเป็นนิสิต พ่อกับแม่ไม่เคยทำกิจกรรมเลย….จริง ๆ เหรอ?
     
    ฅนเป็นลูก ถ้าพ่อแม่ไม่เชื่อใจซะอย่าง ชีวิตนี้คิดหรือว่าจะเชื่อใจในเรื่องอื่นได้?
     

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: