เมื่อดิฉันเป็นผู้ระบาย แล้วแม่เป็นกระดาษ

"หนูมันก็เหมือนก้อนข้าวนะแม่ ถ้าจู่ๆมาบีบหนูแรง หนูก็กระเด็นออกไปตามรอยโหว่มือที่เหลือ แถมเละเทอะอีกตังหาก แต่ถ้าค่อยๆปั้น หนูก็จะเป็นข้าวปั้นได้นะ"
 
"มันก็เหมือนขับรถจากกรุงเทพไปเชียงใหม่นะแม่ ถ้าให้ขับไปเฉยๆก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าตั้งเป้าหมายว่าต้องถึงก่อนหกโมง มันก็ต้องเครียดใช่มั้ยล่ะ แล้วยังมาบังคับให้ขับไปรวดเดียวถึงเชียงใหม่ คนบางคนอาจจะทำได้ แต่หนูทำไม่ได้ หนูต้องแวะกินข้าวบ้าง เข้าห้องน้ำบ้าง หรือออกมายืดเส้นยืดสาย แต่แม่ก็เชื่อไม่ใช่หรอว่าหนูไม่หลงทาง ถึงหนูไม่ได้ถึงเชียงใหม่ก่อนเวลานัดเป็นชั่วโมงๆ หนูก็ถึงเชียงใหม่ทันเวลานัดได้นี่"
 
"ทำไมต้องตัดสินคนด้วยเกรดด้วยล่ะแม่ หนังสือหนูไม่เคยตัดสินด้วยปกเลยนะ"
 
"ไม่น่ามาเรียนฟู๊ดเลยหว่ะ น่าไปเรียนปรัชญา (อันนี้พูดเล่น 555)"
 
 
 

 
 
มันอึดอัดนะ เข้ามหาลัยโดนกดดันกว่าตอนเรียนมากมายอ่ะ เค้ากล้วเราระเริงกับมหาลัยมั้ง -*- ทั้งๆที่คิดว่าเค้าจะปล่อยเรามากขึ้นแท้ๆ – -"
แต่ก็แค่พ่อแหละ บ่นให้แม่ฟังตลอด – –
เป็นเด็กดีมาตลอดไง ไม่ค่อยโดนดุ พอโดนดุเลยเครียดๆเซ็งๆอ่ะ ทุกวันนี้ไม่คอยได้พูดกะพ่อละ ถ้าเค้าไม่ถามก็ไม่ตอบ ต่างคนต่างอยู่ -*- ไม่อยากให้เป็นแบบนี้หรอก แต่เลี่ยงปัญหาก็ดีกว่าตามแก้นี่
พ่อไม่เคยปล่อยเรา แม่บอกว่า แม่ก็ห่วง แต่แม่ก็เชื่อเรา…
 
ตอนนี้เป็นเรื่องเซ็งๆอย่างนี้ไปก่อนน่ะนะ ทนๆอ่านกันหน่อยละกันค่ะ (ตอนนี้ก็แอบมาอัพนะเนี่ย เพิ่งคุยกับแม่มา)
 
ปล. น้าแจงคะ ขอเบอร์จินนี่จากพี่ก้อนได้เลยนะคะ ^0^ จะรอรับซีดีค่ะ
 

10 ความเห็น (+add yours?)

  1. Jinnipar
    มิ.ย. 05, 2008 @ 14:00:20

    จริงๆคุยยาวมาก -*- แต่ตัดมาแค่ที่อยากตัด – -"

    ตอบกลับ

  2. patipan
    มิ.ย. 06, 2008 @ 02:58:23

    ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้ม หรือมีไว้หนีนะโยม
    เด๋วก็เป็นเหมือนเราหรอก หนีปัญหาไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก(มั้ง)
    พักต่ออีกซักหน่อยละกัน แล้วลองพยายามแก้ใหม่
    ทำได้อยู่แล้ว เชื่อเราสิ ไม่เชื่อเราก็เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยละกันนะ
    สู้ๆฮับ

    ตอบกลับ

  3. patipan
    มิ.ย. 06, 2008 @ 02:58:34

    ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้ม หรือมีไว้หนีนะโยม
    เด๋วก็เป็นเหมือนเราหรอก หนีปัญหาไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก(มั้ง)
    พักต่ออีกซักหน่อยละกัน แล้วลองพยายามแก้ใหม่
    ทำได้อยู่แล้ว เชื่อเราสิ ไม่เชื่อเราก็เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยละกันนะ
    สู้ๆฮับ

    ตอบกลับ

  4. patipan
    มิ.ย. 06, 2008 @ 02:58:45

    ปัญหามีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้ม หรือมีไว้หนีนะโยม
    เด๋วก็เป็นเหมือนเราหรอก หนีปัญหาไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก(มั้ง)
    พักต่ออีกซักหน่อยละกัน แล้วลองพยายามแก้ใหม่
    ทำได้อยู่แล้ว เชื่อเราสิ ไม่เชื่อเราก็เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยละกันนะ
    สู้ๆฮับ

    ตอบกลับ

  5. patipan
    มิ.ย. 06, 2008 @ 03:00:00

    ฮ่วย! ทำไมเด้งทีหลายเม้นอีกแล้วหว่า
    v
    v
    v
    v

    ตอบกลับ

  6. Chayanin
    มิ.ย. 06, 2008 @ 13:20:30

    เอาน่า ก็ใช้เวลาช่วงนี้ พิสูจน์ให้เขาเห็นไปละกัน ว่าเราทำได้เราก็ไม่แปลกใจมากหรอกนะ ที่เขาเป็นห่วง ตอนนี้เข้ามหาวิทยาลัย คนรอบตัวมันเยอะขึ้น หลากหลายขึ้น มันก็มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น อำนาจในการตัดสินใจของเรามากขึ้น ผลเสียหายของการตัดสินใจผิดมันก็แรงขึ้นอันนี้คือพยายามเข้าใจเหตุผลของเขานะ ไม่ใช่ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอะไรถ้าเรามั่นคงในตัวเองต่อไปเรื่อยๆ เีดี๋ยวเขาก็เชื่อเราเองล่ะน่า

    ตอบกลับ

  7. Rinrada
    มิ.ย. 06, 2008 @ 14:48:09

    สู้ๆพี่สาวว > <* โอ้ส

    ตอบกลับ

  8. Jang
    มิ.ย. 06, 2008 @ 18:59:37

    เข้าใจเปรียบเทียบนะ..นึกดูก็ขำๆ  ตอนเป็นแม่แล้ว มีบ้างบางที ที่อยากจะเผด็จการเหลือเกิน ด้วยห่วงนี่แหล่ะ  ตัวการใหญ่แต่จำที่น้าแจงเจอมา ตั้งใจว่า อะไรๆที่มันเยอะไปเราจะให้มันเกิดกับลูกของเราถามว่า ใจเป็นยังไง  อึดอัดนะ เครียดมาก  ที่ต้องจ้องมองลูก …เดินแบบไม่มีเราคอยประคองเหมือนตอนเด็กๆแม่น้าแจงคงรู้สึกแบบนี้  แต่ความกล้าที่จะเห็นความผิดพลาดล้มเหลว มันคงต่างกัน  น้าแจงยอมเหนื่อยที่จะทำแผลของลูกเวลาล้ม  แต่คุณยายยอมเหนื่อยที่จะเดินจูงน้าแจงเพื่อไม่ให้เกิดแผลจากการล้ม…จินนี่เข้าใจใช่ไหมคะน้าแจงเลี้ยงลูกแบบนึกทุกวันว่า  พรุ่งนี้เราจะตาย  ลูกต้องเดินได้ให้เร็วที่สุดคุณยายเลี้ยงน้าแจงแบบ ก็้ฉันยังไม่ตายนี่ ฉันจะดูแลแกก่อน..ฮ่าๆมันก็เลยไม่บรรจบกันเสียที  ตอนนี้ข้ามมาหลานแระ..เหนื่อยรบกับคุณตาคุณยายเรื่องหลานมากกว่าตอนสมัยเรื่องของตัวเองซะอีก…^_^"ไม่รู้จะบอกอะไร…ถ้าเราพูดว่าต้องอดทน  เราก็ไม่ได้เข้าใจ  แต่ถ้าเราเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ เขาเป็น   เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้คำว่าอดทน เพื่อให้เกิดอาการอึดอัดลองมองปัญหาให้ดีๆนะคะ  บางทีอาจมีทางเล็กๆ ที่ชื่อว่าประณีประนอม ซ่อนอยู่  ถ้าใจเย็นๆ จินนี่อาจพบวิธีที่ชวนพ่อกับแ่ม่มาเดินร่วมทาง  แต่ขอบอกว่า บางทีเราต้องทำใจว่า  คงไม่ใช่100 ที่เราอยากได้แต่รับรอง100% ที่คุณพ่อคุณแม่ท่านทำ…เพราะรักปล. พี่ก้อนเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปแล้วเหรอ…555  อาทิตย์หน้านะคะ เดี๋ยวโทรนัดอีกทีค่ะ

    ตอบกลับ

  9. ก้อน Masatha
    มิ.ย. 10, 2008 @ 17:25:48

    ห๊ะ รู้สึกเหมือนโดนพาดพิง ว่าแต่ว่าพี่แจงยังไม่โทรหาพี่เลยล่ะ (ผมเองทำมือถือหายฮะ เบอร์พี่แจงเบอร์ใหม่ก็ยังไม่ได้ขอ)
     
    พ่อแม่ทำอะไรเพราะรักลูกเนี่ย ลูกทุกฅนก็รู้ครับ แต่เป็นคำอ้างเพื่อจะมาปิดปากลูกเท่านั้นแหละ
     
    รักลูก ไมได้แปลว่าจะทำอะไรกับลูกได้สักหน่อย พ่อแม่ที่อ้างว่า ทำเพราะรักลูกนะ ๆ แสดงว่า ลืมไปหมดแล้วว่าสมัยตัวเองเป็นเด็กเป็นอย่างไร (ไม่ก็แน่ใจว่าถ้าลูกโตขึ้นจะเปลี่ยนความคิด)
     
    จินนี่โตขึ้นเป็นแม่ฅนก็อย่าทำแบบเดียวกับสิ่งที่เราไม่ชอบก็แล้วกัน
     
    ปล. ปัญหาบางอย่าง ไม่ต้องไปพยายามแก้ อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวมันก็หายไปเองแหละฮะ (การอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าหนีสักหน่อย) ใช้ชีวิตมาสิบสองปีแล้ว ถ้าทำตัวดีมาโดยตลอด แล้วพ่อแม่ยังไม่เชื่อใจ… ก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน " – –

    ตอบกลับ

  10. B|acK Magic|aN
    มิ.ย. 19, 2008 @ 06:41:32

    อยู่มหาลัยแล้ว เค้าปล่อยเรามากขึ้นนะ พ่อแม่เรา…. ออกจะแสดงความเป็นห่วงอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน แต่พ่อแม่ก็บอกว่า เชื่อว่าเราจะรู้ว่าเราต้องอ่านหนังสือแค่ไหน ต้องพยายามแค่ไหนถึงจะไปถึงจุดหมายของเราอาจจะต่างจากจินนี่นิดหน่อย คือ แม่อยากให้เราถึงเชียงใหม่ตอนหกโมง แต่เราดันทุรังจะขับไปให้ถึงตั้งแต่เที่ยงครึ่ง = =เค้าดุ เพราะเค้าห่วง + หวง ลูกสาวหละน่า สู้ๆ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: