Little red chair

มีเก้าอี้สีแดงตัวหนึ่ง ตั้งอยู่อย่างภาคภูมิท่ามกลางเก้าอี้สีขาวจืดๆจำนวนมากมาย ในห้องสีเทา

ทุกๆวัน เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแจ่มชัด จะมีเด็กน้อยกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในห้องสีเทาทึมๆ ร้องไห้กระจองอแงกันเพื่อแย่งจองเก้าอี้สีแดงโดดเด่น ทั้งที่มีเก้าอี้มห้นั่งอย่างพอเพียงสำหรับทุกๆคน

ยิ่งถ้ามีการเล่นเก้าอี้ดนตรียิ่งเกิดปัญหา เก้าอี้สีแดงมักจะถูกจับจองเป็นตัวแรกเสมอ จนเด็กบางคนโกรธกัน ทะเลาะกัน เพราะแย่งที่นั่งกันก็มี และเด็กที่ได้ที่นั่ง ก็จะนั่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆคนอื่นๆ บางคนไม่แม้แต่ลุกไปกินข้าว นั่งทนหิวอยู่อย่างนั้น กอดเก้าอี้สีแดงอยู่ลำพัง

พระอาทิตย์ลาลับ เด็กๆต่างค่อยๆออกไปจากห้อง และทุกๆครั้ง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เด็กที่ครองเก้าอี้สีแดเง จะลุกอย่างอ้อยอิ่งเป็นคนสุดท้าย

วันเวลาดำเนินไปเหมือนๆกัน แต่ที่แตกต่างกันคือ เด็กที่มารุมแย่งเก้าอี้สีแดง ค่อยๆลดน้อยลง

เด็กบางคนโตขึ้น ไม่เห็นความแตกต่างระหว่างเก้าอี้สีแดงและสีขาว แค่ได้นั่งสบายก็เพียงพอ

เด็กบางคนก็ตัดใจ เพราะไม่เคยได้นั่งเสียที

เด็กบางคน พอแย่งนั่งสำเร็จได้หนึ่งหน ก็ไม่มีแรงจูงใจจะแย่งนั่งอีกต่อไป

แต่ก็มีบ้างเหมือนกัน ที่เด็กคนเดิมๆ เข้าไปแย่งนั่งเก้าอี้ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ก้ยังแย่งต่อไป ราวกับว่า สนุกกับการแย่งนั่ง ได้นั่งหรือไม่ได้นั่งก็ไม่สำคัญ

วันเวลาก็ยังคงหมุนไป ในที่สุด เด็กคนสุดท้ายก็เติบโต

ห้องสีเทาสำหรับเล่นสนุก กลายเป็นห้องประชุม

สมาชิกหน้าเดิมๆเดินเข้ามา เก้าอี้ก็ยังคงตั้งอยู่เท่าเดิม แต่เก้าอี้สีแดงกลับถูกทิ้งร้าง…

ผู้คนเดินเข้ามาจับจองเก้าอี้จืดๆสีขาว

ผู้คนที่มีความคิดอย่างผู้ใหญ่

ไม่อยากแตกต่าง

ไม่อยากเป็นตัวประหลาด

ไม่อยากหลุดไปในสิ่งที่ไม่ใช่สังคมส่วนใหญ่

ทั้งที่ความแตกต่างนั้น เคยเป็นความฝันวัยเยาว์ของตนเอง…


ฉันหรือ… ฉันเป็นคนสร้างห้องสีเทานั้นขึ้นมา มองพฤติกรรมของมนุษย์ ที่ไม่ว่าจักกี่รุ่น ก็ไม่ค่อยแตกต่างกัน…

 

*วันเสาร์ งานประจำปีๆๆ

 

9 ความเห็น (+add yours?)

  1. Chayanin
    พ.ย. 19, 2008 @ 16:46:35

    นั่นสินะ

    ตอบกลับ

  2. ก้อน Masatha
    พ.ย. 21, 2008 @ 17:45:16

    อืมสนุกดีแฮะเหมือนนิทานปรัชญาเซนอะไรบางอย่างบางสถานการณ์ เก้าอี้ที่ประหลาดก็เป็นที่หมายปองแต่บางสถานการณ์ เก้าอี้ประหลาดก็เป็นที่อี๋ ไม่มีใครเอาไม่รู้เลยเนอะว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ไหนชอบ ๆ เรื่องนี้เจ๋งดี

    ตอบกลับ

  3. Khunsaran
    พ.ย. 22, 2008 @ 13:21:51

    สรุป เทอสร้างห้องนั้นขึ้นมาเองหรอ
     
    (มันเปนปรัชญาแฝงความคิดจิงๆ)
     
    เรากลัวที่จะแตกต่าง
    ตอบทีว่าทำไม ?

    ตอบกลับ

  4. กิตติคุณ
    พ.ย. 25, 2008 @ 15:38:57

    เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงอย่างกว้างขวางในเมืองไทย แต่เกิดขึ้นไม่เท่าไรในประเทศตะวันตก

    ตอบกลับ

  5. Nutchapol
    พ.ย. 25, 2008 @ 19:00:36

    หากยอมต่าง ก็ต้องยอมรับ ความโดดเดี่ยว..เราอาร์มนะ เธอชื่ออะไรเรอะพอดีเราเสิชในกูเกิ้ลเกี่ยวกับ องค์กรฟรีเมสัน ไหงโผล่มาที่สเปซเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นลิงค์ไดอิ้งแมสเสจกระมังเอ่อ อีกอย่างเราถือวิสาสะเข้าไปอ่าน blog เก่าๆเธอด้วยนะ คงไม่ว่ากันเนอะ :p

    ตอบกลับ

  6. Jang
    พ.ย. 26, 2008 @ 19:28:01

    เก้าอี้มันคงไม่รู้สึกอะไรและคนที่นั่งเก้าอี้ขาว ก็คงไม่รู้สึกอะไร ถ้ามีความชัดเจนในความต้องการของตัวเองจริงๆคนที่น่าสงสารกว่าเก้าอี้แดงที่ถูกทิ้ง คือ คนที่ยังอยากครอบครองเก้าอี้แดง แต่ไม่กล้าหาญพอ ที่จะแตกต่าง………………จินนี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ เห็นท้ายชื่อในเอ็ม … 

    ตอบกลับ

  7. Vanilla
    ธ.ค. 02, 2008 @ 13:59:15

    โอ้ อนิจจา…มีฟังเพลงจนลืมซะงั้นงานประจำปีไรอะ

    ตอบกลับ

  8. Vanilla
    ธ.ค. 02, 2008 @ 13:59:29

    โอ้ อนิจจา…มีฟังเพลงจนลืมซะงั้นงานประจำปีไรอะ

    ตอบกลับ

  9. Vanilla
    ธ.ค. 02, 2008 @ 13:59:44

    โอ้ อนิจจา…มีฟังเพลงจนลืมซะงั้นงานประจำปีไรอะ

    ตอบกลับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: