Daily Corruption

วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับอ.มาศอุบลค่ะ แล้วอ.ก็ได้พูดถึงหนังสือเล่มหนึ่ง (ขอโทษนะคะ หนูลืมชื่อแล้ว) เกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นในชีวิตประจำวัน

คนจำนวนหนึ่ง อาจจะรวมถึงคุณด้วย อาจจะทำการคอร์รัปชั่น หรือการ “โกง” เล็กๆน้อยๆโดยที่ไม่รู้สึกว่ามันเป็นความผิด เราทำมันเป็นปกติในชีวิต จนบางการกระทำ กลายเป็นมาตรฐานที่คนทั่วไปทำกัน จึงไม่มีความรู้สึกผิด (guilty) ในการปฏิบัติหรือกระทำการเช่นนั้น แต่บางการกระทำ ก็อยู่หมิ่นเหม่ แต่ละคนอาจมีมาตรฐานไม่เท่ากันว่าสิ่งที่ทำนี้ มันผิด หรือไม่ผิด เดือดร้อน หรือไม่เป็นไร ตัวอย่างการกระทำในกลุ่มนี้ เช่นการชาร์จโทรศัพท์มือถือโดยใช้ไฟสาธารณะ การขับรถเบียดเลนบริเวณคอสะพาน เปิดเลนพิเศษเอง ขับสวนทาง จอดรถแป๊บนึงเพื่อลงไปซื้อของในที่ๆไม่ควรจอด ยอมให้เพื่อนลัดคิว โหลดบิท ละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานต่างๆ ลอกข้อสอบ ลอกการบ้าน ให้เพื่อนลอกงาน เบิกงบประมาณเกินจริง เบิกเครื่องเขียนสำนักงานมาใช้ที่บ้าน พบว่าอ.ตรวจผิด จริงๆต้องไมได้คะแนน แต่ไม่ทักท้วง ฯลฯ (ซึ่งบางอย่างเราเองก็เคยทำนะ) บางที เราอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร เรื่องนิดหน่อย ทั้งที่จริงๆแล้ว มันไม่มีอะไรฟรีในโลก มันมีผู้เสียประโยชน์ แต่เรามองว่าไม่เป็นไร ซึ่งสิ่งแบบนี้ มันกำลังเปลี่ยนมาตรฐานเชิงคุณธรรมจริยธรรมของคนเราไปเรื่อยๆ ถ้าคนส่วนใหญ่ทำสิ่งนั้นในสังคม จนมองว่าเป็นเรื่องปกติ มาตรฐาน(แบบไม่เป็นทางการ)ของสังคม ก็จะลดระดับลงไป เช่น ชั้นเรียนที่ลอกการบ้านส่งกันเป็นธรรมดา (เห็นกันได้ทั่วไป) ถามว่าเรารู้มั้ยว่ามันผิด คิดว่าทุกคนก็รู้แหละ แต่คิดว่า “ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่นา” “หยวนๆ” “เรื่องเล็กน้อย” แต่ในบางเรื่อง คนบางคน อาจไม่เข้าใจด้วยซ้ำ ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันผิดนะ ตรงนี้มีตัวอย่างหนึ่งที่ดูมาจากทีวีพอดี เป็นรายการเรื่องเกี่ยวกับคอร์รัปชั่นนี่แหละ เป็นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพูดถึงเพื่อนที่เป็นตำรวจยศใหญ่ ว่าเขาจับคดียาเสพติดล็อตใหญ่ได้ ผู้ใหญ่ท่านนี้ก็ไปคุยกับเพื่อน แสดงความยินดี และถามขำๆว่า เคยไถเงินไหม? นายตำรวจท่านนั้นก็หัวเราะ บอกเป็นเรื่องปกติ ตำแหน่งมันแพง หากเขาไม่รับเงิน จะมีเงินมาซื้อตำแหน่ง และนำจับยาเสพติดแบบนี้หรือ และพูดต่อว่า เขารับแต่เงินเย็น คือเงินจากสถานบันเทิง ที่เจ้าของยินดีจ่ายเพื่อเปิดเกินเวลา เจ้าของได้กำไร ลูกค้านักเที่ยวก็ชอบ ได้เที่ยวต่อ ตำรวจก็ได้เงิน วินๆทุกฝ่าย แค่มันไม่ถูกกฎหมาย เขาบอกเขาไม่ได้รับเงินร้อนที่มายัดเพื่อปล่อยคนผิด อาชญากรรม อะไรทำนองนั้น และพูดว่า เงินพวกนั้น จึงทำให้เขาได้เป็นฮีโร่จับยาเสพติดแบบนี้ ไม่งั้นป่านนี้อาจจะยังต๊อกต๋อยอยู่ ผู้ใหญ่ท่านนั้นแสดงความคิดเห็นว่า เรื่องนี้อาจจะต้องโทษที่ระบบ เรื่องราวในทีวีก็ดำเนินต่อไป แต่ที่ยกมาคือ บางครั้ง การทำผิดกลายเป็นเรื่องธรรมดา ผู้ทำก็มีข้ออ้างว่า ฉันไม่ได้เลวขนาดนั้นนะ ฉันทำแค่นี้เอง เสียสละทำแค่นี้ แต่ฉันทำเพื่อส่วนรวมในด้านอื่นมากกว่านะ เป็นต้น และมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไป เหมือนกับข้ออ้างหรือข้อปลอบใจทั้งหลาย เป็นตรรกะที่ยกมาปลอบใจตัวเอง เช่น “เราแค่โกหกนะ ไม่ได้ฆ่าคนตายซะหน่อย ” เป็นต้น

กลับมาที่หนังสือ (ที่จำชื่อเรื่องไม่ได้) อ.มาศยังเล่าต่อว่า เรื่องที่คนเราทำผิด มักเป็นแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เราอาจมีความคิดว่า “เฮ้ย มันผิดนะ จะดีหรือ” มีความลังเลใจ แต่ในเรื่องเล็กๆ คนเรามักแอบขี้โกงนิดหน่อย ในหนังสือมีเรื่องการทดลอง ไม่แน่ใจว่าทางจิตวิทยาไหม เกี่ยวกับการโกง คือให้ผู้ทดสอบเล่นเกม ถ้าชนะเกมหนึ่งแผ่น จะได้เงินหนึ่งเหรียญ (ตรงนี้รายละเอียดอาจคลาดเคลื่อน) และผู้ทดสอบแอบลองเปิดโอกาสให้มีการโกงเพื่อลองใจ พบว่าคนส่วนใหญ่ จะโกงแค่นิดหน่อย เอาเงินเพิ่มแค่เหรียญสองเหรียญ ไม่ได้โลภโกงมากๆ แต่ก็ไม่ได้ซื่อสัตย์ซะทีเดียว (ตรงนี้น่าสนใจและอยากอ่านต่อมากค่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น วอนอ.มาศมาบอกชื่อหนังสือด้วยนะคะ อยากรู้ว่าเค้าวิเคราะห์ว่าไงบ้าง) ในเมืองไทยก็มีนิทรรศการทำนองนี้ ทดสอบหิริโอตัปปะของคน โดยสร้างเมืองจำลองชื่อจิตตนคร มีบัตรผ่านเข้าเมืองเป็นแบงค์ ยี่สิบและหนึ่งร้อยบาท (ไม่มีคนเฝ้า หยิบยังไงก็ได้) ในเมืองก็มีข้อความยุยงให้โกงมากมาย พอปลายทางก็มีกล่องให้คืนบัตรผ่าน(เงิน)ตรงทางออก (ไม่มีคนเฝ้าอีกแหละ) มีกระดานแสดงยอดเงินที่เหลือของเมือง (น่าจะอัพเดททุกวัน) สะท้อนหิริโอตัปปะที่เหลือในจิตใจคน

เขียนมาถึงตรงนี้ ก็นึกอะไรไม่ออกแล้วล่ะ จู่ๆก็ตัน ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะยกมาตรฐานของจิตสำนึกคนได้ด้วยวิธีไหน (ถ้ายังยกระดับไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่อยากให้มาตรฐานคำว่า”หยวนๆ”มันเขยิบลงไปต่ำกว่านี้) ยอมรับว่าตัวเราก็ไม่ได้ดีไปซะหมด เรื่องที่ทำผิดแล้วคิดว่าไม่เป็นไรก็ยังมี (คิดว่าไม่เบียดเบียนคนอื่นมากนัก แต่ถ้ามองจริงๆก็เบียดเบียนนั่นแหละ)

 

คิดซะว่ามาเล่าเรื่องที่ได้ฟังได้อ่านมาให้ฟังก็แล้วกันนะคะ🙂

มีความคิดเห็นอย่างไรเชิญตามสะดวกค่ะ

 

ปล. แท็กไปถามอ.มาศในเฟซแล้ว  ถ้าได้ชื่อหนังสือจะมาแปะค่ะ

edit ชื่อหนังสือ The(honest)truth about dishonesty dan ariely

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: